ดูว่าอะไรที่ทำให้ Zoho SalesIQ แตกต่างจากซอฟต์แวร์การติดตามผู้เข้าชมเว็บไซต์อื่นๆ

แดชบอร์ดการติดตามผู้เข้าชมเว็บไซต์แบบเรียลไทม์

ทราบว่าใครอยู่บนเว็บไซต์ของคุณและพวกเขามีปฏิสัมพันธ์กับไซต์ของคุณอย่างไรในแบบเรียลไทม์ แดชบอร์ดติดตามผู้เข้าชมเว็บไซต์ของเรามอบรายการผู้เข้าชมเว็บไซต์ที่ให้ข้อมูลเชิงลึก โดยคุณสามารถจัดเรียงตามเกณฑ์ที่ต้องการพร้อมรายละเอียด เช่น ตำแหน่งที่ตั้ง, การดำเนินการ, ระยะเวลาที่ใช้งาน, แหล่งที่มาของทราฟฟิก และอื่นๆ

การให้คะแนนลีดเพื่อจัดลำดับความสำคัญของลีดที่มีศักยภาพสูง

การระบุว่าควรมุ่งเน้นที่ลีดคนใดเป็นสิ่งสำคัญสำหรับทีมขาย ซอฟต์แวร์ติดตามผู้เข้าชมเว็บไซต์แบบเรียลไทม์ของ SalesIQ ยังแสดงคะแนนลีดของผู้เข้าชมทุกคนโดยคำนวณจากกฎการให้คะแนนลีดแบบกำหนดเอง อิงตามพารามิเตอร์การติดตาม เช่น แหล่งที่มาของทราฟฟิก, ระยะเวลาที่ใช้งาน, เวลาที่ใช้งานล่าสุด, การเข้าชมก่อนหน้า, หน้าที่กำลังดู, ตำแหน่งที่ตั้ง และอื่นๆ

แชทเชิงรุกตามกิจกรรมของผู้เข้าชม

มีส่วนร่วมเชิงรุกกับผู้เข้าชมที่มีความตั้งใจสูงด้วยการเริ่มการสนทนาบนหน้าสำคัญ เช่น ติดต่อเรา ขอรับการสาธิต หรือราคา โดยอิงจากข้อมูลการติดตามผู้เข้าชมเว็บไซต์ สิ่งนี้ช่วยผลักดันลีดที่มีศักยภาพไปสู่การตัดสินใจซื้อและเพิ่มอัตราการเปลี่ยนเป็นลูกค้า

การติดตามผู้เข้าชมเว็บไซต์โดยคำนึงถึงความเป็นส่วนตัวเป็นอันดับแรก

เพื่อให้สอดคล้อง GDPR, CCPA และกฎหมายคุ้มครองข้อมูลอื่นๆ SalesIQ ช่วยให้คุณแสดงนโยบายคุกกี้และเปิดใช้แบนเนอร์ไม่ให้ความยินยอมแบบปรับแต่งเองเพื่อให้การติดตามผู้เข้าชมเว็บไซต์เกิดขึ้นเฉพาะเมื่อได้รับความยินยอมจากผู้เข้าชมเท่านั้น สามารถปกปิดที่อยู่ IP ได้ด้วยเช่นกัน

เมื่อผู้เข้าชมเริ่มแชทกับคุณ คุณสามารถเปิดเผยนโยบายความเป็นส่วนตัวและเปิดใช้งานแบบฟอร์มไม่ให้ความยินยอมสำหรับการประมวลผลข้อมูลผู้เข้าชมที่ได้จากแชท

โฟลว์แชทบอทตามข้อมูลเชิงลึกของการติดตามผู้เข้าชม

เปิดใช้งานแชทบอทแบบกำหนดเองตามพารามิเตอร์การติดตามผู้เข้าชมเว็บไซต์ เช่น หน้าที่ผู้เข้าชมกำลังดู, การดำเนินการ, ตำแหน่งที่ตั้ง และอื่นๆ นำเสนอความช่วยเหลือเมื่อผู้เข้าชมอยู่บนหน้าราคาเป็นเวลานานหรือเมื่อธุรกรรมล้มเหลว หรือแม้แต่แสดงสินค้าและข้อเสนอโปรโมชันแบบเฉพาะบุคคลตามตำแหน่งที่ตั้ง

ข้อมูลผู้เข้าชมที่กลับมาเพื่อการช่วยเหลือแบบเฉพาะบุคคล

สร้างความประทับใจให้ลีดที่กลับมาด้วยประสบการณ์ที่เป็นส่วนตัวมากยิ่งขึ้น โดยใช้ข้อมูลเชิงลึกจากการติดตามผู้เข้าชม เช่น ประวัติแชท เส้นทางการเข้าชมก่อนหน้า และการกระทำที่เกิดขึ้นบนเว็บไซต์ของคุณ เครื่องมือติดตามผู้เข้าชมเว็บไซต์ยังไฮไลต์ลีดที่มีดีลค้างอยู่ใน CRM และแสดงสถานะว่าใช้งานอยู่หรือไม่ใช้งาน เพื่อให้ทีมของคุณมีส่วนร่วมได้ในจังหวะที่เหมาะสมที่สุด

การสร้างรายชื่อส่งอีเมลอัตโนมัติ

ตั้งค่า SalesIQ ให้เพิ่มผู้เข้าชมเว็บไซต์ไปยังรายชื่ออีเมลที่เกี่ยวข้องโดยอัตโนมัติตามพารามิเตอร์การติดตามผู้เข้าชม เช่น สินค้าที่สนใจ, หน้าที่เข้าชม, แหล่งที่มา, คะแนนลีด และอื่นๆ

เป็นมากกว่าซอฟต์แวร์การติดตามบนเว็บไซต์

ด้วย SDK สำหรับมือถือของ SalesIQ Mobilisten คุณยังสามารถดูได้ว่าใครกำลังใช้งานแอปมือถือของคุณ อยู่ในส่วนใดของแอป แหล่งที่มา และอื่นๆ อันที่จริงแล้ว ทุกสิ่งที่คุณได้รับจากเครื่องมือติดตามผู้เข้าชมเว็บไซต์จะขยายไปถึงแอปมือถือของคุณด้วย!

การแจ้งเตือนการติดตามผู้เข้าชมบนมือถือ

รับการแจ้งเตือนผ่านมือถือเมื่อผู้เข้าชมใหม่หรือเก่ามาที่เว็บไซต์หรือแอปมือถือของคุณ หากคุณเชื่อมต่อ SalesIQ กับบัญชี CRM การแจ้งเตือนเหล่านี้จะแสดงด้วยว่าผู้เข้าชมเป็นลีดหรือผู้ติดต่อใน CRM หรือไม่

รับฟังความคิดเห็นจากลูกค้าของเรา

Zoho SalesIQ ช่วยให้เราระบุที่มาของผู้เข้าชมเว็บไซต์ และสร้างลีดที่มีคุณภาพโดยการแชทกับพวกเขาโดยตรง เราจะได้รับอีเมลอัตโนมัติเกี่ยวกับพฤติกรรมของผู้เข้าชม พร้อมข้อมูลการติดต่อที่สามารถดาวน์โหลดได้ ซึ่งเราใช้ในการทำการตลาดผ่านอีเมลเพื่อเพิ่มการเข้าชมและสร้างลีด

Murali Krishnan ผู้จัดการฝ่ายการตลาดดิจิทัล ABC Fruits

ก่อนใช้ SalesIQ เราไม่เคยรู้เลยว่าผู้อ่านของเรามาจากที่ไหน หลังจากติดตั้งแล้ว เราเริ่มเห็นว่ามีจำนวนการเข้าชมหน้าเว็บจากทั่วโลกไม่น้อยเลย อีเมลรายวันจาก SalesIQ ช่วยให้เราปรับปรุงประสิทธิภาพของเนื้อหาได้ดีขึ้น ด้วย SalesIQ เราสามารถวิเคราะห์ได้ว่าเรื่องราวแบบไหนที่ได้ผลตอบรับดีและอันไหนที่ไม่

Swaminathan Balasubramanian ผู้ก่อตั้งและผู้เผยแพร่ Chef Bharath

การติดตั้ง SalesIQ ทำได้ง่ายมาก เพียงแค่คัดลอกและวางโค้ดลงในเว็บไซต์ของคุณ ก็สามารถเห็นข้อมูลเชิงลึกของผู้เข้าชมได้ทันทีแบบเรียลไทม์

Jorge Gonzalez CFO, Borner Corporation

เป็นเรื่องที่ดีมากที่ได้เห็นว่าลีดของเรามาจากที่ไหน, เข้ามายังเว็บไซต์ได้อย่างไร, อยู่บนเว็บไซต์นานแค่ไหน และดูไปกี่หน้า จากนั้นเราก็นำข้อมูลทั้งหมดนี้กลับไปใช้ใน CRM เรายังได้ตั้งค่าการให้คะแนนลีดตามพฤติกรรมของผู้เข้าชม เพื่อใช้ในการคัดกรองผู้ที่มีแนวโน้มจะเป็นลูกค้า

Kristian Collins ผู้อำนวยการฝ่ายการเดินทางทางอากาศแบบกลุ่ม การประชุมและอีเวนต์ และการท่องเที่ยวพักผ่อน ADTRAV Travel Management

เพิ่มประสิทธิภาพการมีส่วนร่วมของลูกค้าด้วยข้อมูลเชิงลึกจากการติดตามผู้เข้าชมแบบเรียลไทม์ได้แล้ววันนี้

สมัครฟรี

นี่คือทุกสิ่งที่คุณควรรู้เกี่ยวกับซอฟต์แวร์ติดตามผู้เข้าชมเว็บไซต์

การติดตามผู้เข้าชมเว็บไซต์คืออะไร

การติดตามผู้เข้าชมเว็บไซต์คือกระบวนการติดตามการโต้ตอบของผู้เข้าชมกับเว็บไซต์ของคุณ เช่น หน้าที่เข้าชม, ระยะเวลาที่อยู่บนเว็บไซต์, การดำเนินการที่เกิดขึ้น และเส้นทางการใช้งานภายในเว็บไซต์

ซอฟต์แวร์ติดตามผู้เข้าชมเว็บไซต์คืออะไร

ซอฟต์แวร์ติดตามผู้เข้าชมเว็บไซต์คือเครื่องมือที่ฝังอยู่ในเว็บไซต์ของธุรกิจเพื่อให้ข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับกิจกรรมของผู้เข้าชมแบบเรียลไทม์ ซอฟต์แวร์นี้จะรวบรวมข้อมูลโดยละเอียด เช่น ตำแหน่งที่ตั้งของผู้เข้าชม, การกระทำบนเว็บไซต์, ระยะเวลาการเข้าชม, แหล่งที่มาของทราฟฟิก และอื่นๆ ด้วยการวิเคราะห์ข้อมูลเหล่านี้ ธุรกิจสามารถเพิ่มการมีส่วนร่วมของลีด ปรับปรุงอัตราการเปลี่ยนเป็นลูกค้า และมอบการสนับสนุนลูกค้าที่ดียิ่งขึ้น

ความแตกต่างระหว่างการติดตามผู้เข้าชมเว็บไซต์กับการวิเคราะห์เว็บคืออะไร

การติดตามผู้เข้าชมเว็บไซต์เป็นกระบวนการในการรู้ว่าผู้เข้าชมเว็บไซต์ของคุณคือใคร ตำแหน่งที่ตั้งและแหล่งที่มา ตลอดจนพฤติกรรมของพวกเขาบนไซต์ของคุณ ข้อมูลเหล่านี้เป็นข้อมูลของผู้เข้าชมแต่ละราย และช่วยให้สามารถปรับการโต้ตอบและวางกลยุทธ์การมีส่วนร่วมกับลีดและลูกค้าได้อย่างเหมาะสมโดยอิงจากการกระทำเฉพาะของแต่ละคน

ในทางตรงกันข้าม การวิเคราะห์เว็บจะเป็นการรวบรวมและวิเคราะห์ข้อมูลภาพรวมของทราฟฟิกเว็บไซต์และตัวชี้วัดประสิทธิภาพต่างๆ ซึ่งรวมถึงจำนวนการเข้าชมทั้งหมด, ระยะเวลาเฉลี่ยที่อยู่บนเว็บไซต์, อัตราการออกจากเว็บโดยไม่ได้ทำอะไร, แหล่งที่มาของทราฟฟิก และรูปแบบการนำทางระหว่างหน้า การวิเคราะห์เว็บจึงให้มุมมองภาพรวมของประสิทธิภาพเว็บไซต์โดยเฉลี่ยมากกว่าการโฟกัสที่พฤติกรรมของผู้เข้าชมรายบุคคล

จะติดตามผู้เข้าชมเว็บไซต์ได้อย่างไร

ในการติดตามผู้เข้าชมเว็บไซต์ ขั้นแรกคุณต้องเลือกซอฟต์แวร์ติดตามผู้เข้าชมเว็บไซต์ที่เหมาะกับความต้องการของคุณ ในตลาดมีเครื่องมือติดตามผู้เข้าชมเว็บไซต์ให้เลือกมากมาย เมื่อเลือกเครื่องมือได้แล้ว คุณต้องนำโค้ดหรือสคริปต์ติดตามผู้เข้าชมที่เครื่องมือจัดเตรียมไว้ให้ไปติดตั้งบนเว็บไซต์ของคุณ จากนั้นซอฟต์แวร์จะเริ่มติดตามผู้เข้าชมเว็บไซต์และมอบข้อมูลผู้เข้าชมและพฤติกรรมการใช้งานบนเว็บไซต์แบบเรียลไทม์

สิ่งสำคัญคือ ต้องเคารพความเป็นส่วนตัวของผู้ใช้และปฏิบัติตามกฎหมายและข้อบังคับด้านความเป็นส่วนตัวที่เกี่ยวข้องเมื่อทำการติดตามผู้เข้าชมเว็บไซต์ ควรให้ข้อมูลที่ชัดเจนเกี่ยวกับการเก็บรวบรวมและการใช้ข้อมูลไว้ในนโยบายความเป็นส่วนตัว และเปิดโอกาสให้ผู้เข้าชมสามารถเลือกไม่ให้ติดตามได้

ความแตกต่างระหว่างการติดตามผู้เข้าชมเว็บไซต์แบบ B2B และ B2C คืออะไร

การติดตามผู้เข้าชมเว็บไซต์แบบ B2B มักเน้นไปที่การติดตามและวิเคราะห์พฤติกรรมและการโต้ตอบของบัญชีธุรกิจที่เข้าชมเว็บไซต์หรือผู้มีอำนาจตัดสินใจหลักของธุรกิจเหล่านั้น โดยมักทำผ่านการเก็บที่อยู่ IP และใช้บริการตรวจสอบ IP เพื่อนำไปจับคู่กับข้อมูลบริษัทที่รู้จัก

ในขณะที่การติดตามผู้เข้าชมเว็บไซต์แบบ B2C จะมุ่งติดตามพฤติกรรมและความชอบของผู้เข้าชมรายบุคคล ซึ่งรวมถึงการติดตามรูปแบบการนำทาง, การดูหน้าเว็บ, ระยะเวลาที่อยู่บนเว็บไซต์ และการโต้ตอบกับองค์ประกอบต่างๆ ข้อมูลเหล่านี้ช่วยให้ธุรกิจสามารถนำเสนอคำแนะนำ ข้อเสนอ และโฆษณาที่ตรงกลุ่มเป้าหมายตามข้อมูลจากการวิเคราะห์ผู้เข้าชมเว็บไซต์เพื่อเพิ่มการมีส่วนร่วมของลูกค้าและกระตุ้น Conversion

ทำไมการติดตามผู้เข้าชมเว็บไซต์จึงมีความสำคัญ

การติดตามผู้เข้าชมเว็บไซต์ช่วยให้ธุรกิจเข้าใจว่าใครคือผู้เข้าชมเว็บไซต์ แหล่งที่มาของทราฟฟิก และพวกเขาโต้ตอบกับเว็บไซต์อย่างไรแบบเรียลไทม์ ข้อมูลเชิงลึกเหล่านี้สามารถนำไปใช้ระบุช่องทางการตลาดที่มีประสิทธิภาพสูงสุดเพื่อให้ธุรกิจจัดสรรทรัพยากรได้อย่างคุ้มค่าและปรับกลยุทธ์การตลาดให้เหมาะสมยิ่งขึ้น การติดตามผู้เข้าชมยังช่วยให้คุณระบุหน้าเว็บที่มีประสิทธิภาพสูงสุดเพื่อปรับปรุงกลยุทธ์ด้านเนื้อหา ลดอุปสรรค และผลักดันผู้เข้าชมไปสู่การตัดสินใจ การติดตามผู้เข้าชมพร้อมการให้คะแนนลีดยังช่วยให้คุณคัดเลือกลีดที่มีโอกาสเปลี่ยนเป็นลูกค้ามากที่สุดเพื่อโฟกัสทรัพยากรและความพยายามไปที่กลุ่มนั้นได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ซอฟต์แวร์ติดตามผู้เข้าชมมีประเภทใดบ้าง

ซอฟต์แวร์ติดตามผู้เข้าชมเว็บไซต์แบ่งออกเป็น 3 ประเภท

  • ซอฟต์แวร์วิเคราะห์เว็บไซต์: เครื่องมือเหล่านี้ใช้ติดตามทราฟฟิกเว็บไซต์และวิเคราะห์ตัวชี้วัดต่างๆ เช่น จำนวนการดูหน้าเว็บ, ผู้เข้าชมแบบไม่ซ้ำราย, อัตราการออกจากเว็บโดยไม่ทำอะไรเลย, อัตราการเปลี่ยนเป็นลูกค้า และแหล่งที่มาของทราฟฟิก
  • เครื่องมือ Heatmap และการบันทึกเซสชัน: เครื่องมือประเภทนี้จะแสดงภาพพื้นที่บนเว็บไซต์ที่ได้รับความสนใจมากที่สุด (Hotspot) และพื้นที่ที่มักถูกมองข้าม สามารถติดตามการโต้ตอบกับปุ่ม ลิงก์ และองค์ประกอบอื่นๆ ได้ผ่าน Heatmap เครื่องมือบันทึกเซสชันจะบันทึกกิจกรรมบนหน้าจอและการโต้ตอบของผู้เข้าชมเว็บไซต์ ช่วยให้ธุรกิจสามารถวิเคราะห์แต่ละเซสชันเพื่อทำความเข้าใจพฤติกรรมผู้ใช้ รูปแบบการนำทาง และปัญหาด้านการใช้งาน
  • เครื่องมือติดตาม IP: เครื่องมือเหล่านี้ใช้ระบุที่อยู่ IP ของผู้เข้าชมเว็บไซต์และให้ข้อมูลเกี่ยวกับบริษัทหรือองค์กรที่เกี่ยวข้อง ช่วยให้ธุรกิจ B2B ระบุลีดที่มีศักยภาพและเข้าใจความสนใจของพวกเขาได้ดียิ่งขึ้น
  • เครื่องมือติดตามพฤติกรรมแบบเรียลไทม์: เครื่องมือประเภทนี้ช่วยให้คุณเห็นภาพผู้เข้าชมเว็บไซต์แบบสด} ระยะเวลาที่อยู่บนเว็บไซต์} หน้าที่เข้าชม และข้อมูลอื่นๆ ช่วยให้เข้าใจความสนใจ ระดับการมีส่วนร่วม รวมถึงจุดติดขัดหรือปัญหาบนเว็บไซต์ได้อย่างชัดเจน

ตัวชี้วัดประสิทธิภาพใดบ้างที่สามารถติดตามได้ด้วยเครื่องมือติดตามผู้เข้าชมเว็บไซต์

เครื่องมือติดตามผู้เข้าชมเว็บไซต์ให้ตัวชี้วัดประสิทธิภาพหลากหลายเพื่อวิเคราะห์และทำความเข้าใจพฤติกรรมของผู้เข้าชม ตัวชี้วัดการวิเคราะห์ผู้เข้าชมเว็บไซต์ที่พบบ่อย ซึ่งสามารถติดตามได้ด้วยเครื่องมือเหล่านี้ ได้แก่:

  • จำนวนผู้เข้าชม: ตัวชี้วัดนี้แสดงจำนวนผู้เข้าชมที่ไม่ซ้ำทั้งหมดในช่วงเวลาที่กำหนด ช่วยให้เข้าใจปริมาณทราฟฟิกโดยรวม
  • จำนวนการดูหน้าเว็บ: การดูหน้าเว็บหมายถึงจำนวนครั้งทั้งหมดที่หน้าเว็บถูกเปิดดูโดยผู้เข้าชม ช่วยประเมินความนิยมและระดับการมีส่วนร่วมของแต่ละหน้าเว็บ
  • จำนวนหน้าที่เข้าชม: แสดงจำนวนและ URL ของหน้าที่ผู้เข้าชมแต่ละรายเปิดดู ช่วยให้เข้าใจระดับการมีส่วนร่วมและความสนใจของผู้เข้าชม
  • อัตราการออกจากเว็บไซต์โดยไม่ได้ทำอะไรต่อ: อัตราการออกจากเว็บไซต์โดยไม่ได้ทำอะไรต่อแสดงเปอร์เซ็นต์ของผู้เข้าชมที่ออกจากเว็บไซต์หลังจากดูเพียงหน้าเดียว อัตราที่สูงอาจบ่งชี้ว่าผู้เข้าชมไม่พบเนื้อหาที่เป็นประโยชน์หรือประสบการณ์การใช้งานเว็บไซต์ไม่ตรงตามความคาดหวัง
  • เวลาที่ใช้ในหน้า: ตัวชี้วัดนี้วัดระยะเวลาเฉลี่ยที่ผู้เข้าชมใช้บนหน้าใดหน้าหนึ่ง ช่วยให้เห็นระดับการมีส่วนร่วมและความสนใจในเนื้อหา
  • ระยะเวลาที่ไม่มีการใช้งาน: แสดงระยะเวลาตั้งแต่การดำเนินการล่าสุดที่ผู้เข้าชมทำบนเว็บไซต์ โดยเป็นตัวบ่งชี้ว่าลีดเริ่มไม่สนใจ
  • แหล่งที่มาของผู้เข้าชมที่ถูกส่งต่อมา: ติดตามว่าทราฟฟิกเว็บไซต์มาจากที่ไหน ช่วยระบุว่าช่องทางใด (เสิร์ชเอนจิน โซเชียลมีเดีย หรือเว็บไซต์อื่นๆ) นำผู้เข้าชมมาให้คุณมากที่สุด
  • อัตราการคลิก: แสดงเปอร์เซ็นต์ของผู้เข้าชมที่คลิกลิงก์หรือปุ่มกระตุ้นการดำเนินการ (CTA) ที่ระบุ มักใช้วิเคราะห์ประสิทธิภาพของโฆษณาหรือแคมเปญอีเมล
  • ข้อมูลประชากรของผู้เข้าชม: เครื่องมือติดตามผู้เข้าชมเว็บไซต์บางตัวสามารถให้ข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับลักษณะประชากรของผู้เข้าชม เช่น ที่ตั้งทางภูมิศาสตร์, ภาษา, ประเภทอุปกรณ์ หรือเบราว์เซอร์ ข้อมูลเหล่านี้มีประโยชน์อย่างมากในการทำความเข้าใจกลุ่มเป้าหมาย

ซอฟต์แวร์ติดตามผู้เข้าชมมีประโยชน์อย่างไร

ซอฟต์แวร์ติดตามผู้เข้าชมเว็บไซต์มอบประโยชน์มากมายให้กับธุรกิจที่ต้องการเพิ่มประสิทธิภาพการแสดงตัวตนบนโลกออนไลน์ ปรับปรุงกลยุทธ์การตลาด และยกระดับประสบการณ์ผู้ใช้ ประโยชน์สำคัญบางส่วนมีดังนี้:

  • เน้นว่าเนื้อหาใดทำงานได้ดีที่สุดโดยใช้รายละเอียดต่างๆ เช่น การเยี่ยมชมหน้าต่างๆ เวลาที่ใช้ และการกระทำของผู้ใช้ เพื่อให้คุณสามารถปรับแต่งเนื้อหาไปตามนั้นได้
  • แจ้งให้คุณทราบว่าโพสต์โซเชียลมีเดีย แคมเปญอีเมล หรือโฆษณาใดที่ผลักดันลีดที่มีคุณภาพที่สุด
  • ช่วยคุณกำหนดตำแหน่งทางภูมิศาสตร์ที่ผู้มีแนวโน้มของคุณอยู่มากที่สุดเพื่อให้คุณสามารถมอบเนื้อหาและข้อตกลงที่เข้ากับท้องถิ่นมากขึ้นได้
  • ให้ข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับเส้นทางของผู้เข้าชมบนเว็บไซต์หรือแอปของคุณเพื่อให้คุณสามารถลดปัญหาคอขวดลงได้
  • ระบุผู้เยี่ยมที่กลับมาและรายละเอียดของพวกเขาเพื่อให้คุณสามารถช่วยเหลือได้อย่างเป็นส่วนตัวยิ่งขึ้น
  • บอกคุณว่าผลิตภัณฑ์และข้อตกลงการขายใดที่ได้รับความสนใจมากที่สุด
  • แจ้งเตือนคุณเมื่อลีดคุณภาพสูงมาเยี่ยมเว็บไซต์ของคุณ
  • ช่วยคุณด้วยการสร้างโปรไฟล์ผู้ใช้และการตลาดอย่างมีเป้าหมาย
  • ให้ข้อมูลเชิงลึกกับคุณโดยตรงเกี่ยวกับสิ่งที่ผู้มีแนวโน้มและลูกค้าของคุณคาดหวังจากผลิตภัณฑ์ของคุณ
  • ช่วยทีมสนับสนุนลูกค้าตอบคำถามของผู้ใช้โดยไม่ต้องถามคำถามจำนวนมากเกี่ยวกับเบราว์เซอร์หรือการกำหนดค่าอุปกรณ์ของพวกเขา

ฟีเจอร์สำคัญของซอฟต์แวร์ติดตามผู้เข้าชมคืออะไร

ซอฟต์แวร์ติดตามผู้เข้าชมมาพร้อมฟีเจอร์หลากหลายเพื่อช่วยสนับสนุนธุรกิจ ฟีเจอร์ที่สำคัญที่สุด ได้แก่:

  • การวิเคราะห์ผู้เข้าชมเว็บไซต์แบบเรียลไทม์: แสดงภาพรวมผู้เข้าชมเว็บไซต์แบบเรียลไทม์โดยจัดหมวดหมู่ตามเกณฑ์ที่คุณเลือก พร้อมข้อมูล เช่น แหล่งที่มาของทราฟฟิก, ภูมิศาสตร์, ระบบปฏิบัติการ หรือรายละเอียดเบราว์เซอร์ และอื่นๆ
  • การติดตามพฤติกรรมผู้เข้าชม: ให้คะแนนผู้เข้าชมเพื่อช่วยจัดลำดับความสำคัญของลีดที่มีแนวโน้มสูงตามโปรไฟล์ลูกค้าในอุดมคติ (ICP) ของคุณ
  • การวิเคราะห์แอปมือถือ: ให้ข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับพฤติกรรมผู้ใช้แอปมือถือ คล้ายกับการวิเคราะห์ผู้เข้าชมเว็บไซต์
  • การให้คะแนนลีด: แสดงให้คุณเห็นว่าใครได้รับการอ้างอิงมาจากช่องทางใด
  • การระบุผู้เข้าชมที่กลับมา: แจ้งตำแหน่งทางภูมิศาสตร์ของผู้เข้าชม
  • การแจ้งเตือนแบบเรียลไทม์: แจ้งเตือนเหตุการณ์ผู้เข้าชมเว็บไซต์ตามที่คุณตั้งค่าไว้ เช่น เมื่อลีดที่มีศักยภาพสูงเข้าชมเว็บไซต์หรือแอปมือถือของคุณ
  • การผสานการทำงานกับ CRM: สามารถเชื่อมต่อกับเครื่องมือ CRM ที่คุณเลือกใช้เพื่อส่งข้อมูลเข้า CRM, เพิ่มรายละเอียดเพิ่มเติม และตั้งค่าการติดตามผล

ซอฟต์แวร์ติดตามผู้เข้าชมเว็บไซต์สอดคล้องกับ GDPR หรือไม่

ซอฟต์แวร์ติดตามผู้เข้าชมเว็บไซต์สามารถทำให้สอดคล้องกับ GDPR ได้ แต่ขึ้นอยู่กับตัวซอฟต์แวร์ วิธีการนำไปใช้งาน และการตั้งค่า

  • ฐานทางกฎหมายในการประมวลผลข้อมูล: เจ้าของเว็บไซต์ต้องมีฐานทางกฎหมายที่ถูกต้องในการประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคลที่เก็บผ่านเครื่องมือติดตามผู้เข้าชมเว็บไซต์ ซึ่งอาจรวมถึงความยินยอมของผู้ใช้, ความจำเป็นตามสัญญา, ภาระผูกพันตามกฎหมาย หรือประโยชน์โดยชอบด้วยกฎหมาย
  • ความโปร่งใสและการแจ้งข้อมูล: ผู้เข้าชมควรได้รับข้อมูลที่ชัดเจนและเข้าใจง่ายเกี่ยวกับกิจกรรมการติดตามที่เกิดขึ้นบนเว็บไซต์ ซึ่งรวมถึงการเปิดเผยประเภทของข้อมูลที่เก็บ, วัตถุประสงค์ของการประมวลผล, ระยะเวลาการเก็บรักษาข้อมูล และบุคคลที่สามที่เกี่ยวข้อง
  • การจัดการความยินยอม: หากซอฟต์แวร์ติดตามผู้เข้าชมอาศัยความยินยอมของผู้ใช้เป็นฐานทางกฎหมายในการประมวลผล เว็บไซต์ควรขอความยินยอมจากผู้เข้าชมอย่างชัดเจนและโดยสมัครใจก่อนทำการติดตามกิจกรรมของพวกเขา ความยินยอมควรมีความเฉพาะเจาะจง ได้รับข้อมูลครบถ้วน และสามารถเพิกถอนได้โดยง่าย
  • การเก็บรักษาและความปลอดภัยของข้อมูล: ข้อมูลส่วนบุคคลที่เก็บผ่านเครื่องมือติดตามผู้เข้าชมควรถูกเก็บไว้นานเท่าที่จำเป็น และต้องจัดเก็บอย่างปลอดภัย การใช้มาตรการด้านความปลอดภัยที่เหมาะสม เช่น การเข้ารหัสและการควบคุมการเข้าถึง เป็นสิ่งสำคัญเพื่อปกป้องข้อมูลจากการเข้าถึงหรือการเปิดเผยโดยไม่ได้รับอนุญาต
  • สิทธิ์ของเจ้าของข้อมูล: ผู้เข้าชมควรได้รับช่องทางในการใช้สิทธิของตนภายใต้ GDPR เช่น สิทธิในการเข้าถึงข้อมูล, สิทธิในการแก้ไขข้อมูลที่ไม่ถูกต้อง, สิทธิในการลบข้อมูล, สิทธิในการจำกัดการประมวลผล และสิทธิในการคัดค้านการประมวลผล

เจ้าของเว็บไซต์ควรตรวจสอบแนวปฏิบัติด้านความปลอดภัยและความเป็นส่วนตัวของซอฟต์แวร์ติดตามผู้เข้าชมที่ใช้อยู่ และตรวจสอบให้แน่ใจว่าสอดคล้องกับข้อกำหนดของ GDPR ดูรายละเอียดทั้งหมดเกี่ยวกับความปลอดภัยของข้อมูลและความเป็นส่วนตัวของ Zoho SalesIQ

จะเลือกเครื่องมือติดตามผู้เข้าชมเว็บไซต์ที่เหมาะกับธุรกิจของคุณได้อย่างไร

การเลือกเครื่องมือติดตามผู้เข้าชมเว็บไซต์ที่เหมาะสมขึ้นอยู่กับปัจจัยและข้อพิจารณาหลายประการ ขั้นตอนต่อไปนี้จะช่วยให้คุณตัดสินใจได้อย่างมีข้อมูลครบถ้วน:

  • ระบุเป้าหมายและความต้องการของคุณ: กำหนดเป้าหมายและวัตถุประสงค์ที่คุณต้องการบรรลุจากการติดตามผู้เข้าชมเว็บไซต์ให้ชัดเจน คุณต้องการทำความเข้าใจพฤติกรรมผู้เข้าชม เพิ่มอัตราการเปลี่ยนเป็นลูกค้า หรือปรับปรุงประสบการณ์ผู้ใช้เป็นหลักหรือไม่ การกำหนดเป้าหมายอย่างชัดเจนจะช่วยให้คุณจัดลำดับความสำคัญของฟีเจอร์และความสามารถที่จำเป็นในเครื่องมือติดตามผู้เข้าชม
  • ประเมินงบประมาณ: พิจารณาข้อจำกัดด้านงบประมาณสำหรับการลงทุนในเครื่องมือติดตามผู้เข้าชมเว็บไซต์ เครื่องมือแต่ละตัวมีรูปแบบราคาแตกต่างกัน เช่น ค่าสมาชิกรายเดือน ค่าบริการตามการใช้งาน หรือการซื้อแบบครั้งเดียว ประเมินความคุ้มค่าและผลตอบแทนจากการลงทุนที่คุณคาดหวังจากเครื่องมือที่กำลังพิจารณา
  • ค้นคว้าเครื่องมือที่มีอยู่ในตลาด: ทำการค้นคว้าอย่างละเอียดเพื่อระบุเครื่องมือติดตามผู้เข้าชมเว็บไซต์ที่มีอยู่ในตลาด ศึกษาฟีเจอร์ ความสามารถ และการทำงานร่วมกับซอฟต์แวร์อื่นที่คุณใช้อยู่ อ่านรีวิวจากผู้ใช้และกรณีศึกษา เพื่อทำความเข้าใจประสบการณ์และความสำเร็จของธุรกิจอื่นๆ ที่ใช้เครื่องมือเหล่านี้
  • พิจารณาความง่ายในการใช้งานและการนำไปติดตั้ง: ประเมินอินเทอร์เฟซผู้ใช้และความง่ายในการใช้งานของเครื่องมือติดตามผู้เข้าชม คำนึงถึงความเชี่ยวชาญทางเทคนิคและทรัพยากรที่มีอยู่ในองค์กรของคุณเพื่อให้สามารถติดตั้งและใช้งานเครื่องมือได้อย่างมีประสิทธิภาพ
  • ตรวจสอบการปฏิบัติตามกฎหมายคุ้มครองข้อมูลที่เกี่ยวข้อง: หากคุณดำเนินธุรกิจในสหภาพยุโรปหรือจัดการข้อมูลของพลเมืองสหภาพยุโรป ควรตรวจสอบให้แน่ใจว่าเครื่องมือติดตามที่คุณพิจารณานั้นสอดคล้องกับ GDPR ในทำนองเดียวกัน ควรตรวจสอบการปฏิบัติตามข้อกำหนดด้านการคุ้มครองข้อมูลและความปลอดภัยอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องด้วย
  • ความสามารถในการปรับขนาดและรองรับการเติบโตในอนาคต: พิจารณาความสามารถในการปรับขยายของเครื่องมือติดตามผู้เข้าชม และดูว่าสามารถรองรับการเติบโตของธุรกิจคุณได้หรือไม่ ประเมินว่าเครื่องมือเหล่านั้นสามารถรองรับปริมาณทราฟฟิกที่เพิ่มขึ้นและให้ข้อมูลเชิงลึกได้อย่างต่อเนื่องเมื่อเว็บไซต์และธุรกิจของคุณขยายตัว

แหล่งข้อมูลที่เกี่ยวข้อง

บทความเหล่านี้จะช่วยให้คุณใช้เครื่องมือติดตามผู้เข้าชมเว็บไซต์ของเราได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ